การดูแลรักษาลิฟท์ขนส่งอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงและยืดอายุการใช้งานเครื่องจักร แต่ยังเป็นข้อบังคับทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการและผู้ดูแลอาคารต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและสินค้า
ข้อกำหนดทางกฎหมายการตรวจสอบลิฟท์ขนส่งที่ต้องรู้
อ้างอิงจาก กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นมา โดยกฎกระทรวงฉบับนี้ครอบคลุมเครื่องจักร 6 ประเภท ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ลิฟท์ขนส่งวัสดุ (เครื่องจักรที่ใช้เฉพาะขนส่งวัสดุสิ่งของขึ้นลงระหว่างชั้นต่าง ๆ ของอาคาร โดยไม่ใช้สำหรับบุคคลโดยสาร)
สถานประกอบการที่มีการใช้งานลิฟท์ขนส่งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลัก ดังนี้
- การตรวจรับรองประจำปี: ต้องจัดให้มีการตรวจสอบและทดสอบระบบความปลอดภัยโดยวิศวกรที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมออกเอกสารรับรองความปลอดภัย
- มาตรฐานลวดสลิง: กฎหมายกำหนดชัดเจนว่า ลวดสลิงที่ใช้สำหรับลิฟท์ขนส่งวัสดุต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 เท่า (หากใช้โซ่แทนต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 เท่า) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สูงกว่าลิฟท์ขนส่งวัสดุในกฎหมายฉบับเดิม (พ.ศ. 2552 กำหนดไว้เพียง 4 เท่า)
- การจัดทำบันทึกประวัติ: นายจ้างต้องเก็บรักษาเอกสารประวัติการตรวจสอบ รายงานการซ่อมลิฟท์ และแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ไว้พร้อมให้พนักงานตรวจแรงงานเข้าตรวจเช็ก
- มาตรฐานระบบความปลอดภัยบังคับ: ต้องมีระบบล็อกประตูชั้น (Door Interlock) ที่ป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่หากประตูเปิดอยู่, สวิตช์หยุดฉุกเฉิน (Emergency Stop), และชุดอุปกรณ์ป้องกันลิฟต์ตก (Safety Gear) ที่ทำงานสมบูรณ์ 100%
หมายเหตุ: ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดข้อกำหนดเฉพาะจุดกับวิศวกรผู้ตรวจสอบหรือที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยอีกครั้ง เนื่องจากกฎกระทรวงมีทั้งหมด 4 หมวด 121 ข้อ และมีรายละเอียดปลีกย่อยจำนวนมาก
ข้อปฏิบัติของนายจ้างที่ต้องทำตาม เมื่อติดตั้งลิฟท์ขนส่ง
นอกเหนือจากการเลือกลิฟต์ขนส่งที่คุ้มค่าและปลอดภัยแล้ว นายจ้าง หรือผู้ประกอบการยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีข้อควรปฏิบัติหลังการติดตั้ง ดังนี้
- ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
- จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชำรุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนการใช้งาน และต้องมีสำเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
- จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบำรุงรักษาลิฟต์
- จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทำงานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกำหนด
- จัดให้มีมาตรการป้องกันมิให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด
- ในกรณีที่มีลิฟท์ขนส่งวัสดุ นายจ้างต้องจัดทำป้ายบอกพิกัดน้ำหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกำหนด และป้ายห้ามโดยสาร ติดไว้ในจุดที่เห็นได้ชัดเจนภายในห้องลิฟต์และนอกประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการป้องกันการติดขัดของห้องลิฟต์
- นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังจากติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งานโดยวิศวกร อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ำหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ำหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิตกำหนด ให้นายจ้างปิดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบด้วยวัน เดือน ปีที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปีที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในห้องลิฟต์ให้เห็นได้ชัดเจน และต้องมีสำเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
- นายจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทำงานของลิฟต์เป็นประจำทุกเดือน และต้องมีสำเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
- นายจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สำหรับลิฟท์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สำหรับลิฟต์โดยสารมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10
การ Maintenance ตรวจเช็กลิฟท์ขนส่งตามรอบระยะเวลา
การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) อย่างมีระบบ ช่วยลดโอกาสที่ลิฟท์จะหยุดชะงักกระทันหัน โดยแบ่งตารางการตรวจเช็กได้ดังนี้
ช่วงเวลา | รายการตรวจเช็กและบำรุงรักษา |
| ตรวจสอบการทำงานของประตูลิฟท์และระบบล็อก |
ทดสอบปุ่มกด สวิตช์ฉุกเฉิน และสัญญาณเตือน | |
สังเกตเสียงหรือการสั่นสะเทือนที่ผิดปกติขณะเคลื่อนที่ | |
| ตรวจระดับน้ำมันเกียร์และอัดจารบีจุดหมุน |
ตรวจเช็กความตึงและความบิดเบี้ยวของสลิงยก | |
ตรวจสอบระยะห่างของผ้าเบรกและทำความสะอาดหน้าสัมผัสไฟฟ้า | |
| ทดสอบระบบป้องกันลิฟท์ตก (Safety Gear) |
วัดการสึกหรอของสายสลิงและรอกตามมาตรฐานวิศวกรรม | |
ให้วิศวกรที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายเข้าตรวจสอบและรับรองประจำปี |
สัญญาณเตือนฉุกเฉินที่ต้องหยุดใช้และควร “ซ่อมลิฟท์ขนส่ง”
หากพบอาการผิดปกติเหล่านี้ ต้องสั่งหยุดใช้งานลิฟท์ขนส่งทันที และติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการซ่อมลิฟท์เพื่อป้องกันอันตราย
- ระดับพื้นจอดไม่เสมอกัน (Unleveling): ตัวลิฟต์หยุดสูงหรือต่ำกว่าระดับพื้นชั้น เสี่ยงต่ออุบัติเหตุขณะใช้รถแฮนด์ลิฟต์ขนถ่ายสินค้า
- มีเสียงกระตุกหรือเสียงสลักกระแทก: สัญญาณเตือนของลวดสลิงเริ่มสึกหรอ ชุดเกียร์ชำรุด หรือลูกปืนรางเลื่อนเสียหาย
- ลิฟต์มีอาการไหลตัว: ระบบเบรกเริ่มเสื่อมสภาพ ลิฟต์ขยับลงเล็กน้อยแม้จะจอดสนิทแล้ว
- ระบบล็อกประตูทำงานผิดปกติ: ประตูเปิดได้ขณะลิฟต์กำลังเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุคนหรือสินค้าตกช่องลิฟต์
การทำ Maintenance ลิฟท์ขนส่งอย่างสม่ำเสมอไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎหมายการตรวจสอบลิฟท์ขนส่งเพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับเท่านั้น แต่คือการคุ้มครองชีวิตของพนักงานและการลงทุนที่คุ้มค่าในการป้องกันไม่ให้สายการผลิตต้องหยุดชะงักจากการซ่อมลิฟต์แบบฉุกเฉินซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลายเท่า
สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการติดตั้งลิฟท์ขนส่ง Muller Elevator Thailand พร้อมให้บริการติดตั้งลิฟท์ขนส่งมาตรฐานสากล รับรองมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมบริการ Maintenance ฟรี 2 ปี โดยวิศวกร และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ มั่นใจได้ว่าระบบลิฟต์ของคุณจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยสูงสุดถูกต้องตามกฎหมาย และช่วยให้กระบวนการขนส่งในธุรกิจของคุณดำเนินได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Maintenance ลิฟท์ขนส่ง (FAQ)
A: จำเป็นอย่างยิ่ง ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 สถานประกอบการต้องจัดให้มีวิศวกรที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายเข้ามาทำการทดสอบระบบความปลอดภัยและออกเอกสารรับรองความปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน
A: แม้กฎหมายจะบังคับตรวจรับรองใหญ่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่ในทางปฏิบัติควรมีการทำ Preventive Maintenance (PM) เป็นประจำทุกเดือน เพื่อตรวจเช็กการสึกหรอของอะไหล่ หยอดน้ำมัน และปรับแต่งระบบเบรก ก่อนที่จะเกิดความเสียหายหนักจนต้องหยุดใช้เพื่อซ่อมลิฟต์
A: ลิฟท์ขนส่งเน้นการรับน้ำหนักบรรทุกสูงและการกระแทกจากการขนสินค้า Maintenance จะเน้นไปที่ระบบโครงสร้าง ลวดสลิง เบรก สวิตช์ล็อกประตู และมอเตอร์ขับเคลื่อนเป็นหลัก ต่างจากลิฟต์โดยสารที่เน้นระบบความนุ่มนวลและปุ่มกดเพื่อความสบายของผู้โดยสาร นอกจากนี้กฎหมายยังกำหนดค่าความปลอดภัยของลวดสลิงไว้ต่างกันด้วย
สนใจลิฟท์ขนส่ง ติดต่อ Muller ได้ที่:
Tel: 02-078-6157
Line: @mullerthailand
Facebook: Muller Elevator Thailand


