บ้านสร้างเสร็จแล้ว ตกแต่งสวยงาม แต่พออยากติดตั้งลิฟท์บ้านเพิ่มทีหลัง กลับพบว่า “พื้นที่ไม่พอ” ต้องทุบผนัง เจาะพื้น เสียเงินเพิ่มหลักแสนถึงหลักล้าน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับเจ้าของบ้านจำนวนไม่น้อยที่มองข้ามการวางแผนเรื่องพื้นที่ติดตั้งลิฟท์บ้านตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
แต่ปัญหานี้สามารถป้องกันได้ ถ้าคุณเริ่มคิดเรื่องลิฟต์ตั้งแต่วันที่ยังเป็นแบบบ้าน สำหรับเจ้าของบ้านกำลังวางแผนสร้างหรือรีโนเวต และอยากติดตั้งลิฟท์บ้านให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น คุณจะได้รู้ว่าต้องเผื่อพื้นที่เท่าไหร่ ต้องดูมาตรฐานอะไร และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ต้องแก้ไขบ้านทีหลัง
เตรียมพื้นที่ติดตั้งลิฟท์บ้าน เริ่มต้นถูก ไม่ต้องแก้ทีหลัง
1. กำหนดตำแหน่งช่องลิฟต์ (Shaft) ตั้งแต่แบบบ้าน
ช่องลิฟต์ควรอยู่ในตำแหน่งที่ที่ถูกต้อง ดังนี้
- ใกล้บันไดหลัก เพื่อให้เดินทางสะดวกทุกชั้น
- ไม่ชนกับคานโครงสร้างหลักหรือท่อระบบต่าง ๆ
- มีผนังรับน้ำหนักโดยรอบ เพื่อรองรับรางลิฟต์ในอนาคต
หากปล่อยให้สถาปนิกออกแบบผังบ้านโดยไม่รู้ว่าจะมีลิฟต์ มักจะจบด้วยการต้องยัดลิฟต์เข้าไปในพื้นที่แคบ ๆ ที่เหลือ ซึ่งเสี่ยงทำให้ขนาดเล็กเกินมาตรฐาน
2. ขนาดพื้นที่ติดตั้งลิฟท์ที่ต้องเผื่อ ตามมาตรฐานระดับสากล
โดยทั่วไป การออกแบบลิฟต์บ้านจะอ้างอิงแนวทางใกล้เคียงกลุ่มมาตรฐานยุโรป ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ผู้ผลิตลิฟต์ทั่วโลกใช้อ้างอิงร่วมกัน มีค่าที่ควรรู้ดังนี้
- ความสูงเหนือหัว (Headroom): ควรเผื่อประมาณ 2.8 เมตรเหนือชั้นบนสุด เพื่อให้เครื่องยนต์และระบบนิรภัยทำงานได้ปลอดภัย
- ความลึกหลุมลิฟต์ (Pit depth): ลิฟท์ระบบสลิงส่วนใหญ่ต้องเผื่อหลุมลึกประมาณ 15 ซม. ขึ้นไป ยิ่งลึกมากยิ่งรองรับระบบกันสะเทือนได้ดี บางระบบพิเศษออกแบบมาให้ใช้หลุมตื้นได้
- ความกว้างประตู: ควรไม่ต่ำกว่า 90 ซม. เพื่อให้รถเข็นวีลแชร์เข้าออกสะดวก
- พื้นที่ช่องลิฟต์: บ้านทั่วไปมักเผื่อพื้นที่ประมาณ 1.55 x 1.5 เมตร ขึ้นกับจำนวนผู้โดยสาร
เคล็ดลับ: เผื่อพื้นที่มากกว่ามาตรฐานขั้นต่ำเล็กน้อยเสมอ เพราะการเปลี่ยนรุ่นลิฟต์หรืออัปเกรดในอนาคตจะทำได้ง่ายกว่ามาก
3. เลือกระบบลิฟต์ให้เหมาะกับพื้นที่ที่มี
- ลิฟต์ระบบสลิง (Traction) ใช้สลิงและมอเตอร์ดึงตัวลิฟต์ให้เคลื่อนที่ขึ้น-ลง เป็นระบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับบ้านพักอาศัยที่วางแผนพื้นที่มาอย่างดี เพราะให้การเดินทางที่นุ่มนวล เงียบ และประหยัดพลังงานกว่า
- ลิฟต์ระบบไฮดรอลิก ใช้แรงดันน้ำมันดันตัวลิฟต์ขึ้น รับน้ำหนักได้มาก แต่ต้องมีห้องเครื่องแยกและพื้นที่ติดตั้งมากกว่า
- ลิฟต์ระบบไม่ใช้หลุม/สุญญากาศ เหมาะกับบ้านที่สร้างเสร็จแล้วและไม่ต้องการทุบพื้น เพราะไม่ต้องเจาะหลุมลิฟต์ แต่ข้อจำกัดคือรับน้ำหนักและความเร็วน้อยกว่าระบบสลิง
4. ประสานงานกับสถาปนิกและวิศวกรตั้งแต่ขั้นแบบ
ขั้นตอนที่แนะนำ
- บอกความต้องการติดตั้งลิฟท์บ้านตั้งแต่วันแรกที่คุยกับสถาปนิก
- ขอให้เผื่อโครงสร้างรับน้ำหนัก (คาน-เสา) รอบช่องลิฟต์ในแบบวิศวกรรม
- เลือกรุ่นลิฟต์คร่าว ๆ ก่อนเทพื้น เพื่อให้ทราบขนาดหลุมและความสูงที่ต้องเผื่อจริง
- เว้นพื้นที่ห้องเครื่อง (ถ้าระบบต้องใช้) ไว้ใกล้ช่องลิฟต์
การทำแบบนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการรื้อแก้โครงสร้างได้อย่างมาก และทำให้ได้ผลลัพธ์ “สมบูรณ์แบบ” ตั้งแต่ครั้งแรก
วางแผนพื้นที่ติดตั้งลิฟท์บ้าน เพื่อบ้านที่พร้อมใช้งานในระยะยาว
การวางแผนพื้นที่ติดตั้งลิฟท์บ้านตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ ช่วยให้บ้านของคุณจบแบบไม่มีปัญหาแก้ไขทีหลัง สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ เผื่อพื้นที่ช่องลิฟต์ให้พอ เผื่อความสูงและหลุมลิฟต์ตามมาตรฐานสากล และเลือกระบบลิฟต์ให้เหมาะกับพื้นที่จริงของบ้าน
หากคุณกำลังวางแผนสร้างบ้าน รีโนเวตบ้าน หรือต้องการติดตั้งลิฟท์บ้าน ผู้เชี่ยวชาญของ Muller พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวางแผนพื้นที่ เลือกระบบลิฟท์ระบบสลิงที่เหมาะสม ไปจนถึงการออกแบบให้สอดคล้องกับโครงสร้างบ้านและมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้คุณได้ลิฟท์บ้านที่ใช้งานได้อย่างมั่นใจ สวยงาม และคุ้มค่าในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเตรียมพื้นที่ติดตั้งลิฟท์บ้าน
ลิฟต์บ้านขนาดเล็กสุดสำหรับ 1-2 คน ใช้พื้นที่ช่องลิฟต์ประมาณ 1.0 x 1.0 เมตร ขึ้นกับระบบและยี่ห้อ
โดยทั่วไปควรเผื่อประมาณ 2.8 เมตร เพื่อรองรับระบบนิรภัยและมอเตอร์ตามแนวทางมาตรฐานสากล
ได้ แต่มีข้อจำกัดมากกว่า ควรเลือกระบบที่ไม่ต้องเจาะหลุมลิฟต์ลึก เพื่อลดการทุบโครงสร้างเดิม
ลิฟท์ระบบสลิงมักใช้พื้นที่ช่องลิฟต์กระทัดรัดกว่า ส่วนไฮดรอลิกต้องมีห้องเครื่องแยกทำให้ใช้พื้นที่รวมมากกว่า
ไม่จำเป็นเสมอไป ลิฟต์บางระบบที่ออกแบบมาสำหรับบ้านที่สร้างแล้วสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องมีหลุมลึก แต่จะแลกกับความเร็วและน้ำหนักบรรทุกที่น้อยลง
สนใจลิฟท์บ้าน ติดต่อ Muller ได้ที่:
Tel: 02-078-6157
Line: @mullerthailand
Facebook: Muller Elevator Thailand


